แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลุ่มสนับสนุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลุ่มสนับสนุน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

๔๙.ตะลุย....แดนอีสาน

ช่วงที่ห่างหายจากการอัพบล็อกไปนี้... ช่วงนึงผมและเพื่อนๆ ได้รับมอบหมายไปจัดอบรมที่อีสาน ๓ จังหวัด อุดรธานี,ร้อยเอ็ดและอุบลราชธานีตามที่เคยพูดถึงในเอ็นทรี่ย์ก่อนไปบ้างแล้ว โดยไปเที่ยวนี้ ในทุกจังหวัดจะต้องอยู่จัดอบรมจังหวัดละ ๒ อบรม อบรม แยกเป็นการอบรมแนวคิดการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ให้คนพิการและครอบครัว ๓ วัน และอบรมผู้ช่วยคนพิการ ๒ วัน

ระหว่างเดินทางไปก็มีเหตุการณ์ตื่นเต้นเล็กน้อย คือ ยางแตก

มาจัดที่อุดรฯเป็นจังหวัดแรก เริ่มที่การอบรมผู้ช่วยคนพิการ ๒ วัน

ประธานในพิธีเปิด หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(ชื่อยาวมาก พวกเราจะเรียกสั้นๆ ว่า พมจ.) จ.อุดรฯ เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิด

ประธานกล่าวเปิดการอบรม

การอบรมผู้ช่วยคนพิการมีทั้งทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

วิธียกคนพิการรุนแรง ขึ้นลงรถยนต์ วิธีนี้เคยสอนหมอและพยาบาล(เป็นสามีภรรยากัน ที่มีน้องพิการ)มาแล้ว หมอบอกว่า "ผมเป็นหมอมาตั้งนานยังยกกันทุลักทุเลมาตั้งนาน"

วันที่ ๓-๕ ของการอบรมแนวคิดการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ให้กับคนพิการและครอบครัว

คนที่กำลังพูดอยู่เป็นคนพิการ ๑ ในหลายคน ที่เพิ่งออกจากบ้านครั้งแรกในรอบหลายปี(ตั้งแต่พิการ) ก่อนหน้านี้ ใครมาชวนก็ไม่เคยออกมา แต่คณะทำงาน(คนพิการ)ของเราเข้าไปแค่ครั้งเดียว ยอมตามออกมาเลย นี่เป็นผลของเครื่องมือหนึ่ง ที่ได้ผลในสร้างความมั่นใจให้เกิดกับคนพิการที่ยังไม่ยอมรับตัวเอง ให้เปิดใจได้อย่างรวดเร็ว เราเรียกว่า "คนพิการต้นแบบ"(role model)

ช่วงที่เสร็จสิ้นภารกิจจากอุดร กำลังจะไปร้อยเอ็ด (ช่วงวันอาทิตย์)แวะไปจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น และได้ลองชิมอาหารสไตล์พื้นบ้านภู่ไทแท้ๆ เลย

เช้าวันต่อมา "วัด" เป็นสถานที่รวมตัวกันของคนพิการและครอบครัว และชาวบ้าน จาก๓ ตำบล ใน อำเภอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวภู่ไท มีสาวน้อยแสดงรำภู่ไทต้อนรับด้วย

คนพิการและครอบครัวที่มารวมตัวกันในวันนั้น

หัวหน้าส่วนกายภาพบำบัดของ รพ.กุฉินารายณ์ ที่เคยได้ยินงานเรามาก่อน ได้รู้ข่าวจึงเดินทางมาพบปะพูดคุยอย่างสนใจ แม้เป็นวันอาทิตย์

จังหวัดต่อไป...ที่เราต้องไปจัดอบรมคือร้อยเอ็ด

เหมือนที่อื่นๆ ที่เคยไป เราชวนคนพิการหน้าใหม่ๆ ออกจากบ้านเป็นครั้งแรกได้อีก โดยคนนี้(เสื้อสีน้ำเงิน) เป็นอดีตทหารเก่า รับไม่ได้ที่ต้องมาพิการจากอุบัติเหตุ ไปคุยตอนแรกคิดแต่เรื่องจะลาโลกท่าเดียว

โรงแรมที่ร้อยเอ็ดนี่มีบางมื้อมีนักร้องมาขับกล่อมด้วย (แหม...ดีจัง)

เย็นวันหนึ่งในช่วงอบรม ระหว่างทางไปทานหมูกระทะ เจอป้ายนี้ที่ข้างร้านหมูกระทะกลางตัวเมือง เลยถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก(ส่วนจะเขียนว่าอะไร ลองอ่านดูครับ)

"ร้านหมูกระทะริมบึง" เขาบอว่าเป็นร้านหมูกระทะที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

ส่วนใหญ่การอบรมที่เราจัด มักจะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ผู้เข้าอบรมทุกคนได้มีส่วนร่วม ได้แสดงความรู้สึก ความคิดเห็น

เขียนไป เขียนมา ยาวมากแล้ว เพิ่งได้ ๒ จังหวัดซึ่งอยู่ในทริปที่ ๑ ของการอบรมเอง ซึ่งใช้เวลาอบรม ๒ สัปดาห์พอดี

ที่ต้องแบ่งเป็น ๒ ทริปใน ๓ จังหวัด เพราะกลัวว่าทีมงานเรา ซึ่งเป็นคนพิการรุนแรงเกือบทั้งหมด ทำทุกอย่างกันเองตั้งแต่ประสานงานเตรียมการอบรม บรรยาย ดำเนินการอบรม เลยหวั่นใจอยู่ลึกๆ กลัวจะไม่ไหว แม้กระทั่งตัวเอง ก่อนไปก็กังวลมาก เพราะไม่เคยห่างบ้านเป็นเวลาถึง ๒ อาทิตย์มาหลายปีเต็มที

แอบกังวลไปหมด กลัวนั่งนานๆ ทุกวัน ร่างกายจะรับไหวไหม, เนื้อหาและวิธีการจัดอบรมเหมาะสมหรือเปล่า, กลัวไม่ได้ผู้เข้าอบรมกลุ่มเป้าหมาย และจำนวนที่ต้องการ, ห่วงงานจะไม่บรรลุผลตามเป้า, ห่วงบ้าน ห่วงพ่อแม่ ฯลฯ

แต่สุดท้าย...ทุกอย่างที่กังวลก็ผ่านพ้นมาได้ เจอปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข จนเสร็จสิ้น ได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจทีเดียว

ชมรมรักษ์ภาษาไทย


วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

๙.ไปจัดกลุ่มสนับสนุนคนพิการช่องแสมสาร

สัปดาห์ที่แล้ว มีโอกาสได้ไปร่วมโครงการพลังชุมชนเพื่อชุมชน ที่ รร.วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ โดยศูนย์พระมหาไถ่เพื่อการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ ร่วมกับชมรมคนพิการสัตหีบ งานนี้เป็นการจัด แบบ *กลุ่มสนับสนุนคนพิการ ครับ

ที่จริง ปีที่แล้วก็เคยจัดที่นี่มาครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนไปยังจำได้ดีถึงอากาศร้อนที่สถานที่นี้ เพราะคราวที่แล้ว เจอกับอากาศร้อนจนแทบน็อค เนื่องจากคนที่เป็น **quadriplegia(บางทีใช้คำว่า "ควอด" นะครับ) ส่วนใหญ่ จะมีปัญหาการระบายความร้อนออกจากร่างกาย


รร.วัดช่องแสมสาร อยู่ไกลจากอ.ศรีราชา บ้านผม ประมาณ ๗๕ กม. วิ่งไปตามถนนสุขุมวิท ผ่านพัทยาถึงตัว อ.สัตหีบก็เลี้ยวซ้าย ไปทางระยองประมาณ ๖ กม. ยูเทิร์นรถ แล้วเลี้ยวซ้ายอีก เข้าไป สัก ๓ กม.เลี้ยวซ้ายอีกที ระหว่างทางช่วงนี้ผ่านทะเล สวยมากๆ มีร้านอาหารบรรยากาศดีๆ หลายร้าน เลยเอาปูนหมายหัวไว้ร้านนึง คิดว่า ถ้างานไม่เลิกเย็นเกินไปจะแวะมาชมวิวสักหน่อย

ผมไปถึงก็เที่ยงกว่าแล้ว (แหะแหะ ขนาดตื่นมาอาบน้ำ แต่งตัวตั้งแต่ ๗ โมงเช้าเลยนะ เนี่ย) ข้าวกล่องหมดไปแล้ว แต่พอดีสถานที่จัด เป็นโรงอาหารของรร. เลยสั่งข้าวไข่เจียวมากิน ๑ จาน แค่ 10บาทเอง! ถูกดี เหมาะกับยุคของแพง


กินข้าวเที่ยง เสร็จก็เริ่มงาน โดยแบ่งคนพิการออกเป็น ๒ กลุ่มๆ ละ ประมาณ ๑๒ คน โดยผมได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำ กลุ่มที่ ๒ รูปแบบ คือ การพูดคุยแบบกลุ่มสนับสนุน การทำกลุ่มแบบนี้ ใช้กันแพร่หลายในต่างประเทศ แต่อาจจะใช้ชื่อ หรือมีรายละเอียด แตกต่างกันบ้างแล้วแต่ว่า ทำในคนกลุ่มไหน วัตถุประสงค์ใด


แต่แนวคิด คือ คนที่ผ่านประสบการณ์คล้ายๆกันมา ย่อมเป็นผู้ที่เข้าใจคนกลุ่มเดียวกันมากที่สุด สำหรับงานนี้ เป็นงานด้านคนพิการ ฉะนั้นในกลุ่มจะต้องเป็นคนพิการด้วยกัน ส่วนวิธีการ หลักๆ คือ ทุกคนในกลุ่มต้องได้พูด และได้รับฟังสิ่งที่คนอื่นพูด

ทั้งนี้ เพื่อ เป็นการได้ระบายความในใจ หรือปัญหาที่มีอยู่ออกมา วิธีนี้เป็นทั้ง การเสริมพลัง และเยียวยาทางจิตใจ เพราะการได้พูด และได้รับฟังผู้อื่น จะได้เข้าใจว่า"ตัวเรา" ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่มีปัญหา (บางท่านอาจจะเคยเห็นการทำกลุ่มแบบนี้ ในหนังฝรั่งบ้างแล้ว ที่เขานั่งล้อมวง แล้วผลัดกันพูดน่ะครับ)


ที่สำคัญวันนี้มีนายกอบต. ช่องแสมสาร (ได้ยินว่าท่านมีพี่ชายเป็นคนพิการด้วยครับ)มารับฟังปัญหาของลูกบ้านท่านด้วยตัวเองเลย และรับปากที่จะช่วยเหลือในส่วนที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ซู้ดยอด.....ครับท่าน


หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ประมาณ ๑๖.๐๐ น. PA(ผู้ช่วยเหลือคนพิการ)ของศูนย์ ก็ช่วยยกผมขึ้นรถเตรียมกลับบ้าน แต่ขณะที่รออยู่บนรถ พี่มนตรี(ประธานชมรมคนพิการสัตหีบ)โทรมาถามว่า จะรีบกลับไปไหนล่ะ แวะชมวิวแถวนี้ก่อนไหม อ้าว.... พูดเหมือนรู้ใจ โอเค! งั้นไปไหนดีล่ะ วิหารหลวงพ่อดำไหม พี่ขับรถนำไปเลยครับ


ยิ่งเขียนยิ่งยาวแล้ว ขออนุญาต พากิน เที่ยว ช่องแสมสาร สัตหีบ ต่อ ตอน ๒ นะครับ


*กลุ่มสนับสนุนคนพิการ หรือ Support group เป็นวิธีเสริมพลังคนพิการวิธีหนึ่ง
**quadriplegia คนที่เป็นอัมพาตจากการบาดเจ็บไขสันหลังระดับสูง บางคนก็เรียกว่าอัมพาตค่อนตัว